
 No.36
Dr.แหล่ม
 โพสต์: 836 ความสามารถ: 4176  เงิน: 6651
 สถานะ:
สถานะ ออฟไลน์
|
1#
พิมพ์หน้านี้
tT
ซามพ์ต่อเวลาร่วง,เซบีย่าเน่าคารัง3-4
ซามพ์โดเรีย สโมสรจากอิตาลี กระเด็นตกรอบฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เรียบร้อยหลังจากที่ พ่าย แวร์เดอร์ เบรเมน สโมสรจาก เยอรมนี ด้วยสกอร์รวม 5-4 ขณะที่ เซบีย่า ทีมดังจากสเปน พลิกล็อกพ่าย บราก้า จากโปรตุเกส คารัง 3-4 ตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 3-5
ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดที่สอง
วันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2553
ซามพ์โดเรีย (อิตาลี) 3 - 1 แวร์เดอร์ เบรเมน (เยอรมนี)
(รวมผลสองนัด เสมอ 4-4 ต่อเวลาพิเศษ เบรเมน ชนะ 5-4)
สนาม : ลุยจิ แฟร์ราริส, เจนัว อิตาลี
เกมฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดที่สอง ระหว่าง "บลูแคร์ชิอาตี้" ซามพ์โดเรีย เปิดรังลุยจิ แฟร์ราริส ปะทะ แวรเดอร์ เบรเมน ทีมดังจากเยอรมนี หลังจากที่เกมแรกในถิ่นเวเซอร์ สเตเดี้ยม "นกนางนวล" เอาชนะมาก่อน 3-1
โดเมนิโก้ ดิ คาร์โล กุนซือของ ซามพ์โดเรีย ขาด สเตฟาโน่ ลุคคินี่ ที่ติดโทษแบน หลังโดนใบแดงในเกมที่แล้ว ทว่าคูหน้ายังใช้สองประสานอันตรายอย่าง อันโตนิโอ คาสซาโน่ กับ จานเปาโล ปาสซินี่ ยืนจับคู่กัน โดยมี อันเจโล ปาลอมโบ กัปตันทีมเป็นหัวใจในแดนกลาง
ฟาก โธมัส ชาฟ เทรนเนอร์ของ เบรเมน จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 ใช้ เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ ยืนหน้าเป้าคนเดียว และให้ ทิม โบรอฟสกี้, มาร์โค มาริน และ ซานโดร ว้ากเนอร์ เป็นสามประสานทำเกมรุก
เปิดฉากเขี่ยลูกมาไม่ถึงห้านาที เป็นทีมเยือนจากเมืองเบียร์ได้เสียวก่อนจากจังหวะลูกเตะมุม ทอร์สเท่น ฟริงก์ส กัปตันทีม เปิดเข้ากลางมาถึง เซบาสเตียน โพลเดิ้ล โถมขึ้นโขก บอลหลุดออกหลังไปนิดเดียว
ทว่ามาถึงนาทีที่ 8 เจ้าถิ่น ซามพ์โดเรีย ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากกลูกที่ คาสซาโน่ หยอดตักจากริมเส้นด้านซ้ายมาให้ ปาสซินี่ กระโดดขึ้นโหม่งที่เสาสองบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าประตูไป แม้ ทิม วีเซ่ จะพยายามปัดแต่ก็ควักออกมาไม่สำเร็จ
แคนั้นไม่พออีก 5 นาที ต่อมา สาวก บลูแคร์ชิอาตี้ ก็ได้เฮลั่นสนามอีกครั้ง คราวนี้เป็น มาริอุส สแตนเคซิวิอุส โยนลูกฟรีคิกเกือบกึ่งกลางสนามมาให้ ปาสซินี่ เจ้าเก่าวอลเลย์แบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งเป็นจรวดเข้าไปเสียบที่ก้นตาข่ายหมดจด ชนิดที่ วีเซ่ จนปัญญารับด้วยประการทั้งปวง ซามพ์โดเรีย นำเป็น 2-0 และทำให้หากเกมจบลงที่สกอร์นี้พวกเข่จะได้เป็นทีมที่ผ่านเข้ารอบต่อไป
นกนางนวล ไม่อยู่เฉย พยายามเดินเกมรุกเพื่อยิงประตูคืนให้ได้ และมามีลุ้นติดๆกันสองครั้ง ครั้งแรกจากลูกเตะมุมที่ ฟริงก์ส โยยนมาให้ โบรอฟสกี้ โหม่งกดลงพื้น ทว่า จานลูก้า คูร์ชี่ กระโดดไปรับไว้ได้ติดมือ จังหวะที่สองเป็น มาริน เลี้ยงลากขึ้นนมาทางซ้ายก่อนไหลเข้ากลางให้ ซานโดร พลิกตัวยิงบอลหลุดออกเสาสองไป
เกมของทั้งสองทีมเริ่มกลับมาสูสีอีกครั้ง ทว่านาที 35 ปาสซินี่ เกือบมาซัดแฮตทริกได้ จากการโถมขึ้นมาโขกตามสูตรเต็มหัว บอลผ่านมือ วีเซ่ ไปแล้ว แต่เป็น เคลเมน ฟริตซ์ ที่ยืนคุมเส้นไว้อยู่ช่วยชีวิตทีมเยือนเตะสกัดออกไปได้หวุดหวิด
ต่อมา ซามพ์โดเรีย น่าจะได้อีก เมื่อ คาสซาโน่ รับบอลมาจากแดนกลาง ก่อนลากไปอัดด้วยขวาที่เสาแรก บอลไปติดการเซฟของ วีเซ่ ที่ผวาปัดออกหลังไปได้ทัน ทำให้จบเกมครึ่งแรกเจ้าบ้านออกนำไปก่อน 2-0
กลับลงมาเล่นกันต่อในเกมครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลียนแปลงตัวผู้เล่น นาที 47 เป็น เบรเมน ได้ลุ้นก่อนเลย มาริน เลื้อยขึ้นมาทางริมเส้นโยกหลอก สแตนเคซิวิอุส หนึ่งครั้ง ก่อนครอสมาเสามสองให้ เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ ได้โขก ทว่าไม่ผ่านมือของ คูร์ชี่ ที่รับไว้ได้สบาย
เกมเป็นของทีมเยือน นกนางนวล ที่ครองเกมไว้ได้หมด นาที 53 ปิซาร์โร่ ก็มาได้โขกจากลูฟรีคิกที่เพื่อนโยนเข้ามาให้ แต่ก็ไปตรงตัว คูร์ชี่ ตามเดิม
ผ่านมา 65 นาที โธมัส ชาฟ ทำการเปลี่ยนตัวคนแรกถอด โบรอฟสกี้ กองกลางออกไป และส่ง มาร์โค อาร์เนาโตวิซ กองหน้าทีมชาติออสเตรียลงมาเสรมเกมรุกแทน
อาร์เนาโตวิซ ลงมาเหยียบพื้นสนามได้ไม่ถึงนาที เกือบยิงตีตื้นไล่ให้ เบรเมน ไล่ขึ้นมา ทว่าดันชาร์จลูกจ่ายเรียด ฟิลิปป์ บาร์กเฟรเด้ เปิดเข้ามาไม่โดนไปแค่นิดเดียว
ทีมเยือนรุกใส่เต็มพิกัดแล้ว และมามีโอกาสอีกจากการเติมขึ้นมาโขกลูกเตะมุมของ แมร์เตซัคเกอร์ แต่บอลโด่งข้ามคานออกไปอีก
นาทีที่ 85 อันโตนิโอ คาสซาโน่ หัวหอกเจ้าถิ่น ก็ซัดให้เจ้าถิ่นหนีห่างเป็น 3-0
ทีมเยือนไม่ยอมแพ้ มาได้ประตูไล่มาเป็น 1-3 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จาก มาร์คุส โรเซนเบิร์ก กองหน้าตัวสำรอง จบเกม ซามพ์โดเรีย เอาชนะไป 3-1 แต่รวมผลสองนัด เสมอกัน 4-4 ต้องเล่นในช่วง ต่อเวลาพิเศษ
เปิดฉากเขี่ยลูกเริ่มเกมช่วงต่อเวลามาสามนาที มาริน เกือบเป็นฮีโร่ยิงประตูสำคัญให้ เบรเมน เมื่อเลี้ยงตัดเข้ามาซัดด้วยขวา บอลพุ่งหนีมือ วีเซ่ ไปชนคานดังสนั่น ทำเอแฟนบอล นกนางนวล ที่ตามมาเชียร์ในสนามกุมหัวด้วยความเสียดายกันเป็นแถว
เกมเป็นของทีมเยือน เบรเมน หมดแล้ว โดยเน้นขึ้นเกมทาง มาริน เป็นหลัก และมาได้เสียวอีกจากลูกที่ มาริน ลากมากึ่งยิงกึ่งผ่านมาไปแฉลบกองหลังเข้ามือ คูร์ชี่
และนาที 100 พอดี มาริน ก็มาจ่ายบอลเข้ากลางให้ ปิซาร์โร่ แต่งหาจังหวะยิงเน้นๆจากนอกกรอบ 18 หลา บลอพุ่งเรียดเสียบเสาสองเข้าไปหมดจด ทำให้ เบรเมน ไล่ตามมาเป็น 2-3 ทว่าสกอร์รวมพลิกนำ 5-4
ถัดมาอีกนาทีเดียว มาริน ที่เกมนี้โดดเด่นเหลือเกิน ลากบอลหนีกองหลังของเจ้าบ้านมาตั้งป้อมซัดไกลได้อีก เดือดร้อนให้ คูร์ชี่ ต้องเหินปัดออกหลังไป จบเกมครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ ซามพ์โดเรีย นำ เบรเมน อยู่ 3-2 แต่สกอร์รวมตามหลัง 4-5
ช่วงครึ่งหลังของการต่อเวลา นักเตะเจ้าบ้าน ซามพ์โดเรีย เหมือนถอดใจและหมดแรงไปแล้ว เนื่องจากต้องยิงถึงสองประตูจึงจะสามารถพลิกเข้ารอบได้ ทำให้ไม่สามารถครองเกมบุกเข้าใส่ได้เลย
ช่วงสองนาทีสุดท้าย ซามพ์โดเรีย มามีลุ้นเล็กๆ จากการลองยิงไกลนอกกรอบของ ปาลอมโบ ทว่า วีเซ่ พุ่งไปล้มตัวรับเอาไว้ได้ทัน
นาทีสุดท้ายเป็น มาริน ลากเข้ามาอัดไปชนเสาแรกกระเด้งออกมาให้ อาร์เนาโตวิซ ยิงโล่งๆออกหลังไปอย่างไม่น่าเชื่อ
จนกระทั่ง วิคตอร์ คาสไซ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดยาวจบ 120 นาทีเกม ทำให้ ซามพ์โดเรีย เปิดบ้านเอาชนะ เบนเมน 3-2 ทว่ารวมผลสองนัดเป็น แวร์เดอร์ เบรเมน ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มต่อไปได้ด้วยสกอร์รวม 5-4
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ซามพ์โดเรีย : จานลูก้า คูร์ชี่, มาริอุส สแตนเคซิวิอุส, มัสซิโม่ วอลต้า, ดานิเอเล่ กัสตัลเดลโล่, เรโต้ ซีกเลอร์, ฟรังโก้ เซมิโอลี่, อันเจโล ปาลอมโบ, ดานิเอเล่ เดสเซน่า, สเตฟาโน่ กูแบร์ติ, อันโตนิโอ คาสซาโน่, จานเปาโล ปาสซินี่
สำรอง : จูเนียร์ คอสต้า, ดานิเอเล่ มานนินี่, เฟร์นานโด ทิซโซเน่, วลาดิเมียร์ โคมัน, โจนาธาน รอสซินี่, นิโกล่า ปอสซี่, กุยโด้ มาร์ลินโก้
แวร์เดอร์ เบรเมน : ทิม วีเซ่, เดลเมน ฟริตซ์, เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์, เซบาสเตียน โพลเดิ้ล, เพทรี่ พาซาเน่น, ทอร์สเท่น ฟริงก์ส, ฟิลิปป์ บาร์กเฟรเด้, ทิม โบรอฟสกี้, มาร์โค มาริน, ซานโดร ว้ากเนอร์, เคลาดิโอ ปิซาร์โร่
สำรอง : เซบาสเตียน มีลิทซ์, เซบาสเตียน โบนิส์ช, ดาเนียล เยนเซ่น, มาร์คุส โรเซนเบิร์ก, มาร์โค อาร์เนาโตวิอซ
ผู้ตัดสิน : วิคตอร์ คาสไซ (ฮังการี)
เซบีย่า (สเปน) 3 - 4 บราก้า (โปรตุเกส)
(รวมผลสองนัด บราก้า ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-3)
สนาม : ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน
เซบีย่าที่เพิ่งเสียฟอร์มโดนบาร์เซโลน่าขยี้เละมาจากเกมสแปนิชซูเปอร์คัพนัดสองไม่มีเซบาสเตียน สกิลลาชี่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟฝรั่งเศสที่ถูกขายให้กับอาร์เซน่อล แต่แนวรุกยังอยู่กันครบทั้งเฆซุส นาบาส , หลุยส์ ฟาเบียโน่ และเฟรเดริก กานูเต้
ส่วนบราก้าที่ชนะมาในนัดก่อน 1-0 บุกมาเยือนโดยขาดมิเกล อันเจโล่ การ์เซียที่ติดโทษแบน นอกนั้นไม่เป็นปัญหา
ออกสตาร์ตมาได้แค่สามนาที เซบีย่าที่ลุยตั้งแต่ต้นก็สบโอกาสสอยตาข่ายได้สำเร็จจากจังหวะเข้าฮอสเผาขนของฟาเบียโน่ แต่เป็นลูกล้ำหน้าไปซะก่อน
เจ้าบ้านยังกดดันบราก้าต่อเนื่อง และนาทีที่ 15 นาบาสก็ตักบอลจากกราบขวาไปหน้าประตูให้ฟาเบียโน่โขกระยะหกหลา แต่บอลโด่งข้ามคาน
จากนั้นอีกพักเดียวเลอันโดร ซาลิโน่ของทีมเยือนก็โดนจดชื่อในจังหวะเสียบใส่ดิดิเยร์ โซโกร่า และหมดสิทธิ์ลงเล่นเกมหน้าหากทีมเข้ารอบได้
จวบจนนาทีที่ 23 บราก้าก็เล่นลูกลักไก่โดยอาลันลองยิงไกลจากกลางสนาม ทำเอาอันเดรียส ปาล็อปออกอาการเลิกลั่กตะปบไม่อยู่ บอลกระดอนพื้นหลุดมือออกเส้นหลังไป
กระทั่งนาทีที่ 31 แฟนเจ้าบ้านก็ต้องช็อคเมื่อทีมเยือนฉกบอลแถวกลางสนามได้ เปาโล เซซาร์จึงฉวยโอกาสควบขึ้นหน้าไปตะบันจาก 25 หลาแล้วปาล็อปปัดไม่ดี บอลปลิ้นมาเข้าทางให้มาเธอุสเข้าซ้ำตุงตาข่าย จึงเป็นอันว่าทีมจากแดนฝอยทองบุกมานำ 1-0
สถานการณ์บีบให้ทีมจากแดนกระทิงต้องเร่งเกมมากขึ้น ก่อนจะมีเสียวในนาทีที่ 34 จากการวางบอลยาวทางขวาอีกหนของนาบาส ทว่ากานูเต้โขกจาก 12 หลากดไม่ลง บอลโด่งออกไป
ผ่านมาถึงนาทีที่ 42 หลุยส์ อกีอาร์กับโซโกร่ามีปัญหาปะทะกัน ผู้ตัดสินจึงแจกใบเหลืองให้ทั้งคู่ตามระเบียบ ครบ 45 นาทีบราก้าจึงนำหน้า 1-0 มีสกอร์รวมเพิ่มเป็น 2-0
เริ่มครึ่งหลังเจ้าบ้านบุกแหลก แต่ยังทำอะไรผู้มาเยือนไม่ถนัด และถึงนาทีที่ 55 บราก้าก็เปลี่ยนลิม่าลงไปแทนอกิอาร์
จากนั้นอีกสามนาที เรื่องช็อคก็อุบัติขึ้นอีกเมื่อทีมจากโปรตุเกสสบโอกาสโต้เร็วอีกหนขึ้นทางขวาโดยมาเธอุสลากบอลไปตบจากเส้นหลังแล้วแฉลบจังหวะเข้าบล็อคของฌูเลียง เอสกูเด้มาเข้าทางให้ลิม่าตัวสำรองชาร์จสบายเพิ่มสกอร์ให้ทีมเยือนหนีเป็น 2-0
อย่างไรก็ดี เซบีย่ายังไม่ถึงกับตายสนิท และได้ประตูตีไข่แตกแบบคาดไม่ถึงในนาทีที่ 60 เมื่อฟาเบียโน่สปีดเข้าเขตโทษด้านขวาไปรับลูกแทงตามช่องแล้วยิงตามน้ำ แม้จะเบาหวิวแต่นายทวารเฟลิเป้ก้มรับบอลหลุดมือเข้าประตูเฉย ทำให้เจ้าบ้านไล่มา 1-2 ก่อนจะเปลี่ยนสองตัวสำรองทั้งเรนาโต้ และโฆเซ่ การ์ลอสลงไปแทนอับดูลาย กงโก้กับลูก้า ซิการินี่
ถึงตรงนี้ ทีมจากสเปนเริ่มมีฮึด และน่าจะตีเสมอได้ในนาทีที่ 65 จากจังหวะกดมุมแคบในเขตโทษด้านขวาของการ์ลอสตัวสำรอง แต่โชคร้ายบอลพุ่งกระแทกคาน
เกมตกเป็นของเซบีย่าแล้ว และเกือบได้เฮในนาทีที่ 67 เมื่อนาบาสกระชากบอลเข้าเขตโทษด้านขวาไปสับไกด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อ แต่เฟลิเป้แก้ตัวปัดทิ้งได้เยี่ยมก่อนที่ทีมเยือนจะเปลี่ยนเปาเลาลงไปแทนเปาโล เซซาร์
และพริบตาต่อมา บราก้าก็โต้ได้น่ากลัวตามเคยจากการผ่านบอลขึ้นทางขวาของอลันที่เปิดทางให้ซิลวิโอปรี่เข้ากระทุ้ง แต่ปาล็อปปัดโด่งข้ามคานได้อย่างเหลือเชื่อ
นาทีที่ 78 นาบาสได้เข่นเต็มแรงอีกจากหน้าเขตโทษด้านขวา แต่ไม่ผ่านจังหวะเวฟของเฟลิเป้ ก่อนที่เซบีย่าจะปล่อยอัลบาโร่ เนเกรโด้ลงไปแทนมาอามาดู ดาโบ ขณะที่อาคันตุกะใช้งานเอลตันแทนมาเธอุส
แฟนเจ้าถิ่นยังมีความหวัง นาทีที่ 84 เมื่อ เฆซุส นาบาส หลุดเข้าไปซัดให้เจ้าถิ่นตีเสมอเป็น 2-2
อย่าไรก็ตาม เพียงนาทีเดียวให้หลัง บราก้าก็มาได้ประตูนำเป็น 3-2 จากจังหวะที่ ลิม่า แตะหลบ อันเดรียส ปาล็อป ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น ที่พยายามออกมาสกัดนอกกรอบเขตโทษ ก่อนแปเข้าไปง่ายๆ
เท่านั้นยังไม่พอ นาทีสุดท้าย ทีมเยือนก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 4-2 ลิม่า โขกเข้าไปที่เสาแรก แล้วก็เป็น แฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย
ช่วงทดเจ็บเจ้าถิ่นมาได้ประตูปลอบใจ จาก เฟรเดริค กานูเต้ แต่ก็ทำได้แค่นั้น หมดเวลา จบเกมจึงพ่ายคารัง 3-4 บราก้า ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-3 ยังผลให้บราก้าได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เซบีย่า : อันเดรียส ปาล็อป ฌูเลียง เอสกูเด้ , , เฟเดริโก ฟาซิโอ , ดิดิเยร์ โซโกร่า ,ลูก้า ชิการินี่ , เฆซุส นาบาส ,มาอามาดู ดาโบ , หลุยส์ ฟาเบียโน่ , เฟรเดริค กานูเต้ , ดีเอโก้ เปร็อตติ , อับดูลาย กงโก้
สำรอง : ฆาบี บาราส , เรนาโต้ , ดิเอโก้ กาเปล , อัลบาโร่ เนเกรโด้ , ฆวน กาล่า , โฆเซ่ การ์ลอส , โรดรี้
บราก้า : เฟลิเป้ , อัลแบร์โต้ โรดริเกซ , มอยเซส , หลุยส์ อกิอาร์ ,ซิลวิโอ ,อาลัน , เปาโล เซซาร์ , เอลแดร์สัน , เลอันโดร ซาลิโน่ , วานดินโญ่ , มาเธอุส
สำรอง : อาเธอร์ , เปาเลา , เฮลเดอร์ บาร์โบซ่า , ลัดยี่ เกอิต้า , ลิม่า , อัลเบิร์ต เมยอง , เอลตัน
ผู้ตัดสิน : นิโกล่า ริซโซลี่ (อิตาลี)
สรุปผลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดสอง
อันเดอร์เลช (เบลเยียม) เสมอ ปาร์ติซาน (เซอร์เบีย) 2-2 (รวมผลสองนัด เสมอ 4-4 ปาร์ติซาน ชนะจุดโทษ 3-2)
ซามพ์โดเรีย (อิตาลี) ชนะ แวร์เดอร์ เบรเมน (เยอรมัน) 3-1(รวมผลสองนัด เสมอ 4-4 ต่อเวลาพิเศษ เบรเมน ชนะ 5-4)
เซบีย่า (สเปน) แพ้ บราก้า (โปรตุเกส) 3-4 (รวมผลสองนัด บราก้า เข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-3)
ฮาโปเอล เทล อาวีฟ (อิสราเอล) เสมอ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย) 1-1 (รวมผลสองนัด ฮาโปเอล เทล อาวีฟ เข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3)
เชอริฟฟ์ ติราสปอร์ (มอลโดว่า) แพ้ บาเซิ่ล (สวิตเซอร์แลนด์) 0-3 (รวมผลสองนัด บาเซิ่ล เข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-0)
แหล่งข้อมูลโดย siamsport.co.th |
|